คำถามที่พบบ่อย


วิทยาการคอมพิวเตอร์เรียนเกี่ยวกับอะไร?

สาขาวิชาเอกวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) เป็นศาสตร์ซึ่งเป็นแกนของสาขาวิชาต่าง ๆ ทางคอมพิวเตอร์โดยรักษาดุลระหว่างวิชาทางด้านทฤษฎีคอมพิวเตอร์และวิชาทางด้านคอมพิวเตอร์ประยุกต์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ภายในประเทศ

เนื้อหาของสาขาวิชานี้ครอบคลุมทุกด้านของคอมพิวเตอร์ (รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่หน้า หลักสูตรปริญญาโท) ผู้จบการศึกษาจึงสามารถเลือกประกอบวิชาชีพได้ในทุกแขนงที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ ทั้งนี้รวมถึงการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกและการทำวิจัยด้วย

 

อะไรคือจุดเด่นของสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ นิด้า?

  1. สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นนำของภาครัฐ ที่ได้รับการประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับดีมาก
    • นิด้าเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำริ โดยได้รับผลการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน (สกอ.) ระดับสถาบัน ณ ปีการศึกษา 2555 ที่ 4.91/5 คะแนน อยู่ในระดับดีมาก
    • คณะสถิติประยุกต์ได้รับการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน (สกอ.) ในปีการศึกษา 2555 ด้วยคะแนน 4.81/5 อยู่ในระดับดีมาก
    • คณะสถิติประยุกต์ได้รับการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก (สมศ.) ในรอบปี 2552-2554 ด้วยคะแนน 4.59/5 อยู่ในระดับดีมาก
  2. ตึกเรียนทันสมัยและสิ่งแวดล้อมที่ดี
    • นิด้าได้รับรางวัลนวัตกรรมเทคโนโลยีสีเขียว ด้านมหาวิทยาลัยสีเขียว จากนายกสมาคมที่ปรึกษาสิ่งแวดล้อมไทยในปี 2556
    • ห้องสมุดของนิด้าได้รับการยกย่องว่าเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียน โดยมีการนำระบบดิจิทัลมาใช้อย่างสมบูรณ์
    • คณะสถิติประยุกต์ของเราจัดห้องแล็บปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ทั้งห้องแล็บ Windows OS และห้องแล็บ Mac OS สำหรับนักศึกษาของคณะได้ใช้ศึกษาและพัฒนาโปรแกรม
  3. คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายความเชี่ยวชาญ
    • คณาจารย์ประจำสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์กว่า 90.91% จบการศึกษาระดับปริญญาเอก
    • คณาจารย์ประจำสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์กว่า 90.91% มีตำแหน่งทางวิชาการ
  4. คณะสถิติประยุกต์มีความร่วมมือกับองค์กรมาตรฐานระดับสากล เช่น Oracle, Sun, CISCO, SAP ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการเรียนการสอนจริง
    • นักศึกษาของเราสามารถสมัครสอบ Java Certificate และ ORACLE Certificate ได้ในราคาพิเศษ
    • นักศึกษาของเราที่มีผลการเรียนดีและสอบผ่านประกาศนียบัตรเหล่านี้ สามารถยื่นเรื่องเพื่อขอรับค่าสมัครสอบเต็มจำนวนคืนจากทางคณะได้
    • ด้วยความร่วมมือของคณะกับ CISCO หลักสูตรของเราเป็นหลักสูตรเดียวในประเทศที่นักศึกษาจบแล้วจะได้หนังสือรับรองการผ่านการอบรม เมื่อได้สอบประกาศนียบัตรของ Project Management Institute (PMI)

 

ไม่ได้เรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์หรือคอมพิวเตอร์ เขียนโปรแกรมไม่เป็น จะเรียนได้ไหม?

สามารถเรียนได้ โดยทางสาขาจะมีวิชาเสริมพื้นฐานเพื่อปรับความรู้สำหรับผู้จบไม่ตรงสายหรือมีพื้นฐานไม่เพียงพอ ปูพื้นสู่การเรียนรู้ในระดับสูงต่อไป อย่างไรก็ตามผู้ที่จบไม่ตรงสายไม่สามารถสมัครเข้าศึกษาต่อปริญญาโทในช่องทางของทุนส่งเสริมการศึกษา (ประเภททุนเรียนดี) ดังที่ระบุในหน้า ทุนการศึกษา ได้

 

เรียนที่ไหน? ใช้เวลาเรียนนานแค่ไหนกว่าจะจบ?

การเรียนการสอนทั้งหมดของสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ถูกจัดที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ถนนเสรีไทย กรุงเทพมหานคร โดยภาคปกติ (เรียนวันจันทร์ – ศุกร์) ใช้เวลาเรียนประมาณ 2 ปีและภาคพิเศษ (เรียนวันเสาร์ – อาทิตย์) ใช้เวลาเรียนประมาณ 2 ปีครึ่งตามแผนการศึกษาปัจจุบัน

ทั้งนี้สถานภาพนักศึกษาปริญญาโทจะคงอยู่ได้มากที่สุด 5 ปีนับจากวันขึ้นทะเบียนนักศึกษาเท่านั้น นักศึกษาต้องทำการเรียนและการสอบทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในช่วงเวลา มิฉะนั้นจะถือว่าสิ้นสุดสภาพนักศึกษา

 

ค่าใช้จ่ายตลอดทั้งหลักสูตรปริญญาโทประมาณเท่าไหร่?

รวมค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ แล้ว หลักสูตรภาคปกติ (เรียนวันจันทร์ – ศุกร์) มีค่าใช้จ่ายประมาณ 68,000 บาทตลอดหลักสูตร และ หลักสูตรภาคพิเศษ (เรียนวันเสาร์ – อาทิตย์) มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 215,700 บาทโดยประมาณตลอดหลักสูตร

รายละเอียดเพิ่มเติมดูที่ คลิกที่นี่
สำหรับค่าใช้จ่ายโดยประมาณของหลักสูตรอื่นหรือคณะอื่น สามารถดูได้ที่ คลิกที่นี่)

 

เรียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ?

หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จัดการเรียนการสอนโดยบรรยายเป็นภาษาไทยทั้งหมด อย่างไรก็ตามเอกสารประกอบการสอนและหนังสือเรียนที่ใช้อาจเป็นภาษาอังกฤษตามแต่ความจำเป็นของแต่ละรายวิชา

 

เรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง? เรียนต่อด้านไหนได้บ้าง?

สาขาวิชาเอกวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) เป็นศาสตร์ซึ่งเป็นแกนของสาขาวิชาต่าง ๆ ทางคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเนื้อหาของสาขาวิชานี้จึงครอบคลุมทุกด้านของคอมพิวเตอร์ ผู้ที่เรียนสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์จะสามารถปฏิบัติงานได้ทุกสาขาวิชาชีพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนา/วิศวกรซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน วิศวกรระบบ วิศวกรเครือข่าย ผู้จัดการฐานข้อมูล/นักออกแบบฐานข้อมูล บุคลากรสนับสนุนด้านเทคนิค (Technical support) เป็นต้น

ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลการเรียนดี สามารถเป็นอาจารย์และนักวิจัยทางด้านคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ความรู้ตามหลักสูตรนี้จะเป็นพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการศึกษาต่อทางด้านคอมพิวเตอร์ในระดับปริญญาเอก

 

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) กับสาขาอื่น ๆ ในคณะสถิติประยุกต์ที่เปิดสอนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ?

  • หลักสูตรปริญญาโทในคณะสถิติประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมีอยู่ทั้งหมด 2 หลักสูตร รวม 5 สาขาวิชาดังต่อไปนี้
    1. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ (CSIS: Computer Science and Information Systems)
      • สาขาวิชาเอกวิทยาการคอมพิวเตอร์ (COM: Computer Science)
      • สาขาวิชาเอกการจัดการระบบสารสนเทศ (ISM: Information Systems Management)
      • สาขาวิชาเอกวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (SE: Software Engineering)
      • สาขาวิชาเอกเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT: Information Technology)
    2. หลักสูตรบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITM: Information Technology Management)
      • สาขาวิชาบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITM:Information Technology Management)

    โดยหลักสูตรที่ 1 (COM, ISM, SE, IT) เป็นการเรียนเชิงลึกทั้งทางทฤษฎี ปฏิบัติ และประยุกต์ของวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ ในขณะที่หลักสูตรที่ 2 (ITM) เป็นการเรียนคอมพิวเตอร์ในเชิงกว้าง โดยเรียนวิชาทางคอมพิวเตอร์ควบคู่ไปกับวิชาทางการบริหารจัดการธุรกิจอย่างละครึ่ง

  • พันธกิจหลักของการเรียนการสอนในแต่ละสาขาเป็นดังต่อไปนี้

    • สาขา COM เป็นสาขาที่ครอบคลุมความรู้เชิงลึกและความรู้ที่เป็นแกนของทางด้านคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายที่สุด ผู้จบการศึกษาสามารถเลือกประกอบอาชีพได้ในทุกสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
    • สาขา ISM มุ่งเน้นผลิตบุคลากรที่สามารถสื่อสารรับความต้องการและองค์ความรู้จากบุคลากรขององค์กร แล้วนำมาออกแบบเป็นระบบสารสนเทศซึ่งตอบโจทย์ความต้องการได้
    • สาขา SE มุ่งเน้นกระบวนการการออกแบบ บริหาร ผลิต และประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานสากล ทั้งนี้รวมถึงการบริหารจัดการโครงการผลิตซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนด้วย
    • สาขา IT มุ่งเน้นการเรียนในภาคปฏิบัติเพื่อเป็นผู้ควบคุมระบบหรือ System admin
    • สาขา ITM มุ่งเน้นผลิตผู้บริหาร, ผู้นำองค์กร, ผู้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ขององค์กรในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งนี้รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจอิสระด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย

รายละเอียดของแต่ละหลักสูตรและสาขาสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน http://as.nida.ac.th โดยเลือกหัวข้อ “หลักสูตร”

 

สนใจสมัครเรียนต่อปริญญาโท มีทุนการศึกษาให้หรือไม่? ประเภทใดบ้าง?

สำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาต่อปริญญาโทในช่องทางของทุนส่งเสริมการศึกษา (ทุนเรียนดี) ผู้สมัครจะต้องเลือกศึกษาต่อในโปรแกรมภาคปกติ และ ต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางวิทยาการคอมพิวเตอร์หรือใกล้เคียงด้วยเกรดเฉลี่ยอย่างต่ำ 2.5 หรือ 2.75 (แล้วแต่ประเภทของทุนที่สมัคร) โดยทุนส่งเสริมการศึกษาประเภททุนเรียนดีแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • ทุนประเภทที่ 1: ยกเว้นค่าหน่วยกิตและค่าธรรมเนียมทั้งหมด พร้อมสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายรายเดือน
  • ทุนประเภทที่ 2: ยกเว้นค่าหน่วยกิตทั้งหมดตลอดหลักสูตร
  • ทุนประเภทที่ 3: ยกเว้นค่าหน่วยกิตกึ่งหนึ่งตลอดหลักสูตร

ทั้งนี้ในการรับสมัคร 1 ครั้งผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครได้มากกว่า 1 ประเภท เช่น ยื่นใบสมัครกรณีทุนประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 พร้อมกันในคราวเดียว เป็นต้น ประเภทของทุนที่ผู้สมัครเลือกมาอาจถูกพิจารณาเปลี่ยนให้สูงขึ้นหรือต่ำลงได้ตามดุลยพินิจของคณะกรรมการ

ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดคุณสมบัติของผู้สมัครและเงื่อนไขของทุนได้ในหน้า ทุนการศึกษา

 

ถ้าเข้าเป็นนักศึกษาของนิด้าแล้ว ยังจะมีทุนหรือสามารถขอรับความช่วยเหลือทางการเงินใด ๆ ได้อีกหรือไม่?

สำหรับนักศึกษาสามัญของสถาบัน ทางสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มีทุนและรางวัลการศึกษาประเภทต่าง ๆ สำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบัน แยกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ทุนช่วยเหลือการศึกษา สำหรับนักศึกษาที่จำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน
  • ทุนเรียนดี สำหรับนักศึกษาของสถาบันที่มีผลการเรียนดี
  • ทุนสนับสนุนการวิจัย สำหรับนักศึกษาที่ทำวิจัยเพื่อเขียนวิทยานิพนธ์อันเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร
  • ทุนค่าธรรมเนียมการศึกษา ยกเว้นค่าหน่วยกิตของวิชาตามหลักสูตร สำหรับนักศึกษาที่จำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน
  • ฯลฯ

รายละเอียดเพิ่มเติมของทุนแต่ละประเภทสามารถศึกษาได้ใน http://as.nida.ac.th/th/index.php/admissions/scholarships หรือ อ่านได้ในหนังสือ “คู่มือนักศึกษา” ที่นักศึกษาได้รับในวันปฐมนิเทศน์ หรือ ติดต่อสอบถามโดยตรงที่คณะสถิติประยุกต์

 

สามารถนำประสบการณ์การทำงานมาช่วยลดหย่อนใด ๆ ในขั้นตอนรับสมัครได้หรือไม่?

สำหรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์การทำงานในสาขาใด ๆ มาแล้วอย่างน้อย 1 ปีภายหลังจบปริญญาตรี จะได้รับสิทธิในการสมัครเรียนต่อดังต่อไปนี้

  • ยกเว้นการสอบข้อเขียนเพื่อศึกษาต่อในปริญญาโทภาคปกติ (เรียนวันจันทร์ – ศุกร์)
  • สามารถเลือกสมัครศึกษาต่อในปริญญาโทภาคพิเศษ (เรียนวันเสาร์ – อาทิตย์) ซึ่งคัดเลือกโดยการสอบสัมภาษณ์เท่านั้นได้

สำหรับผู้สมัครที่ภายหลังจบปริญญาตรีแล้วยังไม่มีประสบการณ์การทำงานหรือมีแต่ไม่ถึง 1 ปี

  • สมัครปริญญาโทภาคปกติ ได้เฉพาะช่องทางทุนการศึกษาหรือช่องทางปกติ (สอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์)
  • ไม่สามารถเลือกสมัครศึกษาต่อในปริญญาโทภาคพิเศษได้

รายละเอียดเพิ่มเติมการรับสมัครปริญญาโทภาคปกติ คลิกที่นี่
รายละเอียดเพิ่มเติมการรับสมัครปริญญาโทภาคพิเศษ คลิกที่นี่

 

สมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโทได้เมื่อไหร่บ้าง และ จะเปิดเรียนเมื่อไหร่?

  • ปริญญาโทภาคพิเศษ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
    • สำหรับนักศึกษาที่ขึ้นทะเบียนในภาคการศึกษาที่ 1 (เริ่มเทอมเดือนสิงหาคม)
      • รอบที่ 1: เปิดรับสมัครเดือน กุมภาพันธ์ – ต้นเมษายน
      • รอบที่ 2 (ถ้ามี): เปิดรับสมัครปลายเดือนเมษายน – กลางเดือนมิถุนายน
  • ปริญญาโทภาคปกติ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ กรณีไม่ต้องสอบข้อเขียน
    • สำหรับนักศึกษาที่ขึ้นทะเบียนในภาคการศึกษาที่ 1 (เริ่มเทอมเดือนสิงหาคม)
      • เปิดรับสมัครครั้งที่ 1: ตุลาคม – กุมภาพันธ์
      • เปิดรับสมัครครั้งที่ 2: กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม
    • สำหรับนักศึกษาที่ขึ้นทะเบียนในภาคการศึกษาที่ 2 (เริ่มเทอมเดือนมกราคม)
      • เปิดรับสมัครครั้งที่ 3: พฤษภาคม – กรกฎาคม
      • เปิดรับสมัครครั้งที่ 4: กรกฎาคม – ตุลาคม
  • ปริญญาโทภาคปกติ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ กรณีต้องสอบข้อเขียน
    • สำหรับนักศึกษาที่ขึ้นทะเบียนในภาคการศึกษาที่ 1 (เริ่มเทอมเดือนสิงหาคม)
      • เปิดรับสมัครครั้งที่ 1: กันยายน – ธันวาคม
      • เปิดรับสมัครครั้งที่ 2: ธันวาคม – มีนาคม
    • สำหรับนักศึกษาที่ขึ้นทะเบียนในภาคการศึกษาที่ 2 (เริ่มเทอมเดือนมกราคม)
      • เปิดรับสมัครครั้งที่ 3: มีนาคม – พฤษภาคม
      • เปิดรับสมัครครั้งที่ 4: พฤษภาคม – สิงหาคม

กำหนดการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้สนใจสามารถเช็คกำหนดการล่าสุดได้ในหน้า กำหนดการรับสมัคร สำหรับกำหนดการของสาขาหรือหลักสูตรอื่นสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของคณะสถิติประยุกต์ http://as.nida.ac.th

 

ตอนสมัครสามารถเลือกสมัครมากกว่า 1 สาขาวิชาได้หรือไม่?

สมัครได้ แต่ผู้สมัครจะต้องจ่ายค่าสมัครเพิ่มตามจำนวนสาขาวิชาที่เลือก (ยกเว้นกรณีการสอบข้อเขียน ที่ค่าสมัครเป็นไปตามจำนวนวิชาที่ต้องสอบ)

 

ค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโทประมาณเท่าไหร่?

  • ปริญญาโทภาคพิเศษ: ค่าสมัครสาขาละ 800 บาท
  • ปริญญาโทภาคปกติ:
    • กรณีที่ต้องสอบข้อเขียน เสียค่าสมัครสอบข้อเขียน 2 วิชา วิชาละ 200 บาท
    • กรณีที่ไม่ต้องสอบข้อเขียน เสียค่าสมัครสอบสาขาละ 200 บาท

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน http://as.nida.ac.th/th/index.php/admissions/tuition-fees ทั้งนี้ผู้สมัครอาจพิจารณาเปลี่ยนสาขาที่เรียนภายหลังการขึ้นทะเบียนนักศึกษาได้

 

สมัครเรียนต่อปริญญาโทมีการสอบคัดเลือกหรือไม่? มีการทดสอบอะไรบ้าง?

ปริญญาโทภาคพิเศษ ( รายละเอียดเพิ่มเติมในหน้า รับสมัครป.โทภาคพิเศษ (เรียน ส.-อา.) )

  • คัดเลือกโดยการสอบสัมภาษณ์เท่านั้น
  • ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์ทำงานภายหลังจบปริญญาตรีอย่างน้อย 1 ปี

ปริญญาโทภาคปกติ ( รายละเอียดเพิ่มเติมในหน้า รับสมัครป.โทภาคปกติ (เรียน จ.-ศ.) )

  • กรณีทุนการศึกษา คัดเลือกโดยการสอบสัมภาษณ์เท่านั้น
  • กรณีผู้สมัครมีประสบการณ์ทำงานหลังจบปริญญาตรีอย่างน้อย 1 ปี คัดเลือกโดยการสอบสัมภาษณ์เท่านั้น
  • กรณีผู้สมัครทั่วไป ต้องสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ 

 

การสอบข้อเขียนเพื่อเข้าเรียนต่อปริญญาโทต้องสอบวิชาอะไรบ้าง? คะแนนขั้นต่ำคือเท่าไหร่?

สำหรับผู้สมัครปริญญาโทภาคปกติ กรณีที่ต้องสอบข้อเขียน จะต้องสอบวัดความรู้ของสถาบัน 2 วิชา ดังนี้

  1. วิชาภาษาอังกฤษ ข้อสอบมี 2 ส่วน ได้แก่
    •  Section I – Modified Clause 10 ข้อ เนื้อหาเกี่ยวกับคำศัพท์เชิงวิชาการ และคำศัพท์ทั่วไป ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ เช่น การใช้คำหรือวลีสำหรับเชื่อมข้อความ ไวยากรณ์ ทั่วๆไป ที่จำเป็นสำหรับการอ่านภาษาอังกฤษ ลักษณะคำถามจะเป็นการเติมคำหรือวลีที่เหมาะสมในช่องว่าง
    • Section II – Reading Comprehensive 40 ข้อ เนื้อหาเกี่ยวกับการอ่านภาษอังกฤษเชิงวิชาการทางด้าน สังคมศาสตร์ เน้นเรื่องการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ การอ่านเพื่อหาวัตถุประสงค์และข้อสรุปของบทอ่านนั้นๆ การเดาคำศัพท์จากบริบท การอ่านตีความประโยค เป็นต้น เรื่องที่อ่านส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาสอดคล้องกับคณะ และสาขาต่างๆ ที่สถาบันฯ ดำเนินการเรียนการสอนอยู่ในขณะนี้
  2. วิชาเฉพาะ 2 ข้อสอบเป็นการทดสอบความรู้ด้านพื้นฐานทางด้านคณิตศาตร์ ได้แก่ Set, Graph, Function and Relation, Logic Differentation, Intergration, System of Linear Equations, Inequality and Absolute Value, Equations and Polynomial, Probability, Statistics, Matrix, Determinant, Limit, Proportion and Interest, Geometry, Number Theory, Sesuence and Series

โดยผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องได้คะแนนวิชาเฉพาะ 2 ไม่ต่ำกว่า 500 คะแนน และ คะแนนรวมของทั้งสองวิชาไม่ต่ำกว่า 900 คะแนน

 

ปริญญาโท แผน ก. และ แผน ข. ของสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ต่างกันอย่างไร?

  • จำนวนหน่วยกิตเพื่อจบการศึกษาไม่น้อยกว่า 37 หน่วยกิตเหมือนกันทั้งสองแผน
  • วิชาเรียนหมวดเสริมพื้นฐาน หมวดพื้นฐาน วิชาหลัก วิชาเอก และ วิชาสัมมนา เหมือนกันทั้งสองแผน
  • แผน ก. เรียนวิชาเลือกอย่างน้อย 3 หน่วยกิต ในขณะที่แผน ข. ต้องเรียนวิชาเลือกอย่างน้อย 12 หน่วยกิต
  • แผน ก. ต้องทำวิทยานิพนธ์ (12 หน่วยกิต) ในขณะที่ แผน ข. ทำการค้นคว้าอิสระ (IS: Independent Study)  (3 หน่วยกิต)
  • แผน ก. ต้องผ่านการสอบประมวลความรู้ส่วนที่ 1 (Operating System, Computer Architecture) และผ่านการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ในขณะที่แผน ข. ต้องผ่านการสอบประมวลความรู้ทั้งส่วนที่ 1 (Operating System, Computer Architecture) และส่วนที่ 2 (Database, Data Communication and Network) และต้องมีการสอบปากเปล่า (Oral exam) ก่อนพิจารณาให้จบการศึกษา

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหน้า หลักสูตรปริญญาโท

 

เรียนปริญญาโทภาคปกติกับภาคพิเศษต่างกันยังไง?

สถานภาพนักศึกษา เนื้อหาที่เรียน หลักสูตร และ คณาจารย์ผู้สอนเหมือนกัน สิ่งที่แตกต่างเป็นหลัก คือ เวลาเรียนและค่าใช้จ่าย โดยภาคปกติเรียนในเวลาราชการ (จันทร์ – ศุกร์) เป็นเวลาประมาณ 2 ปี มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณตลอดหลักสูตรที่ 69,000 บาท ในขณะที่ภาคพิเศษเรียนนอกเวลาราชการ (เสาร์และอาทิตย์) เป็นเวลา 2 ปีครึ่ง มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณตลอดหลักสูตรอยู่ที่ 190,000 บาท (รวมค่าหนังสือเรียนและกิจกรรมมัชฌิมนิเทศน์นอกสถานที่) นอกจากนี้นักศึกษาภาคพิเศษจะไม่ต้องเรียนวิชา สพ4000 พื้นฐานสำหรับบัณฑิตศึกษา อีกด้วย

 

บางวิชาในหลักสูตรปริญญาโทเคยเรียนไปแล้วตอนปริญญาตรี จำเป็นต้องเรียนซ้ำอีกไหม?

สำหรับวิชาเสริมพื้นฐานที่ไม่คิดหน่วยกิต (วิชารหัส 4xxx) นักศึกษาสามารถยื่นหลักฐานเพื่อขอยกเว้นการลงทะเบียนเรียนได้ตามเกณฑ์ต่อไปนี้

  1. วิชาภาษาอังกฤษ ยื่นหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ระบุต่อไปนี้เพื่อขอยกเว้นการเรียน โดยกรณีที่เป็นผลสอบ ผลสอบนั้นจะต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี
    • ผลการสอบเข้าสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่า 660 คะแนน
    • ผลการสอบ CU-TEP/TOEFL (สอบปกติ) ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน
    • TOELF (สอบผ่านคอมพิวเตอร์) ไม่ต่ำกว่า 213 คะแนน
    • IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5 คะแนน
    • จบการศึกษาจากหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการสอน
  2. คส4001 การโปรแกรมเชิงวัตถุด้วยจาวา ยื่นหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ระบุต่อไปนี้เพื่อขอยกเว้นการเรียน
    • ประกาศนียบัตรสอบผ่าน Sun Certified Programmer for Java 2 (SCJP)
    • ประกาศนียบัตรผ่านการอบรมวิชา Java Course No.275
    • นักศึกษาที่ผ่านการเรียนวิชาที่มีเนื้อหาเทียบเท่าและได้ผลการเรียนในรายวิชานั้น ๆ ไม่ต่ำกว่า 2.5 ในระดับปริญญาตรีและไม่ต่ำกว่า 3.0 ในระดับปริญญาโท สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับการสอบเทียบความรู้เพื่อยกเว้นการเรียนได้
  3. คส4002 โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี นักศึกษาที่ผ่านการเรียนวิชาที่มีเนื้อหาเทียบเท่าและได้ผลการเรียนในรายวิชานั้น ๆ ไม่ต่ำกว่า 2.5 ในระดับปริญญาตรีและไม่ต่ำกว่า 3.0 ในระดับปริญญาโท สามารถยื่นคำร้องเพื่อขอรับการสอบเทียบความรู้เพื่อยกเว้นเรียนได้